เทคนิค

FCL vs LCL: เลือกแบบไหนดีสำหรับธุรกิจของคุณ?

การขนส่งสินค้าทางทะเลมี 2 รูปแบบหลักที่ธุรกิจต้องเลือก คือ FCL (Full Container Load) และ LCL (Less-than Container Load) แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน การเลือกให้ถูกต้องช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก

FCL คืออะไร?

FCL หรือ Full Container Load คือการเช่าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้สำหรับสินค้าของคุณเพียงรายเดียว ไม่ต้องแชร์พื้นที่กับสินค้าของผู้อื่น ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานมี 2 ขนาดหลัก คือ 20 ฟุต (TEU) บรรจุได้ประมาณ 28 CBM และ 40 ฟุต (FEU) บรรจุได้ประมาณ 58 CBM

ข้อดีของ FCL:

  • ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่าเมื่อสินค้ามีปริมาณมาก
  • ไม่ต้องแชร์พื้นที่ ลดความเสี่ยงเรื่องความเสียหาย
  • ระยะเวลาขนส่งสั้นกว่า (ไม่ต้องรอรวมสินค้า)
  • การจัดการง่ายกว่า ลดขั้นตอนการ load/unload

LCL คืออะไร?

LCL หรือ Less-than Container Load คือการแชร์พื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์กับสินค้าของผู้ส่งรายอื่น เหมาะสำหรับสินค้าที่มีปริมาณน้อยไม่พอเต็มตู้ โดยจ่ายค่าขนส่งตามปริมาตร (CBM) ที่ใช้จริง

ข้อดีของ LCL:

  • จ่ายตามพื้นที่ที่ใช้จริง ไม่ต้องจ่ายเต็มตู้
  • เหมาะสำหรับสินค้าปริมาณน้อย ต่ำกว่า 15 CBM
  • ไม่จำเป็นต้องรอสินค้าเต็มตู้จึงจะส่งได้
  • เหมาะสำหรับธุรกิจ SME ที่เริ่มต้นนำเข้า-ส่งออก

เปรียบเทียบ FCL vs LCL

เกณฑ์เปรียบเทียบ FCL LCL
ปริมาณสินค้า มากกว่า 15 CBM น้อยกว่า 15 CBM
ต้นทุนต่อหน่วย ต่ำกว่า สูงกว่า
ระยะเวลาขนส่ง เร็วกว่า 3-5 วัน ช้ากว่า (ต้องรอรวมสินค้า)
ความเสี่ยงเสียหาย ต่ำ สูงกว่า (แชร์ตู้)
ความยืดหยุ่น ต่ำ (ต้องเต็มตู้) สูง (ส่งได้ทุกปริมาณ)

เลือกแบบไหนดี?

การเลือกระหว่าง FCL และ LCL ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ:

  • ปริมาณสินค้า: ถ้ามากกว่า 15 CBM ควรเลือก FCL จะคุ้มกว่า
  • ความเร่งด่วน: ต้องการส่งเร็ว ควรเลือก FCL เพราะไม่ต้องรอรวมสินค้า
  • งบประมาณ: มีสินค้าน้อยและงบจำกัด LCL เหมาะกว่า
  • ประเภทสินค้า: สินค้าแตกหักง่ายหรือมูลค่าสูง ควรเลือก FCL เพื่อลดความเสี่ยง

CST Logistics ช่วยคุณได้

ไม่ว่าจะเลือก FCL หรือ LCL ทีมงาน CST Logistics พร้อมให้คำปรึกษาและเสนอราคาที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ เรามีเครือข่ายสายเรือชั้นนำที่ครอบคลุมเส้นทางทั่วโลก พร้อมบริการดำเนินพิธีการศุลกากรครบวงจร

ต้องการขนส่งทางทะเล?

ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมเสนอราคา FCL / LCL ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ขอใบเสนอราคา →